จริง ๆ แล้ว ธรรมชาติก็สอนเราอยู่แล้วนะ
มนุษย์เราเกิดมา โดยปกติก็มีสองมือ ถ้าเราเลือกถืออะไรบางอย่างไว้ ก็แปลว่าเราเสียโอกาสที่จะได้รับสิ่งอื่น
เราหันหน้าไปมองอะไรสักอย่าง เราก็เสียโอกาสที่จะเห็นสิ่งที่อยู่อีกด้านหนึ่ง หรือเมื่อเราเลือกก้าวไปข้างหน้า ก็ย่อมมีบางอย่างถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
อาจเป็นงานที่คุ้นเคย คนที่เคยสนิท บ้านที่เคยอยู่ นิสัยที่เคยชิน ความคิดที่ติดแน่น หรือแม้แต่ความเชื่อที่เราเคยศรัทธา
แน่นอนว่า เราเลือกได้ที่จะถือสิ่งเดิมไว้ จดจ่ออยู่กับสิ่งเก่า และหันหลังให้กับอนาคต เพราะมนุษย์ทุกคนต่างมีพลังที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง
และไม่ว่าเราจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ รู้ตัวหรือไม่รู้ตัว เราก็กำลังเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองอยู่เสมอ
แม้แต่การไม่เลือก ก็เป็นการเลือกอย่างหนึ่ง
หลายคนอาจรู้สึกว่า ฉันไม่ได้เลือกเส้นทางนี้ ฉันไม่ได้อยากมีชีวิตแบบนี้ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็ต้องทนอยู่กับสิ่งที่เป็นอยู่ต่อไป
ผมคิดว่า บางครั้งเราก็อาจไม่ได้มีทางเลือกมากมายอย่างที่ต้องการจริง ๆ ชีวิตมีข้อจำกัด มีภาระ มีคนอื่นที่ต้องรับผิดชอบ และมีเรื่องราวอีกมากมายที่ไม่ได้เป็นไปอย่างใจเรา
แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า ในเมื่อเราเลือกที่จะอยู่ต่อแล้ว ทำไมเราถึงไม่ลองเลือกทำให้การอยู่ตรงนั้นดีขึ้นด้วยล่ะ
ถ้าเรายังต้องทำงานที่เดิม ยังต้องอยู่กับคนกลุ่มเดิม หรือยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานการณ์เดิม เราจำเป็นต้องใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ไปด้วยหรือเปล่า
เราอาจเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ แต่เราลองเปลี่ยนวิธีที่เราปฏิบัติต่อเขาได้ไหม
เราอาจเปลี่ยนสถานการณ์ทั้งหมดไม่ได้ แต่เราลองทำอะไรบางอย่างให้มันดีขึ้นได้ไหม
เพราะพลังที่เราใช้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ไม่พอใจ บ่นถึงสิ่งที่ไม่เป็นอย่างใจ หรือบอกตัวเองว่าทำอะไรไม่ได้ ก็คือพลังเดียวกับที่เราสามารถใช้คิดหาทางแก้ไข เรียนรู้สิ่งใหม่ และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้
เราไม่จำเป็นต้องมีพลังมากกว่าที่มีอยู่ในตอนนี้ เพียงแค่เลือกใช้พลังนั้นไปในทิศทางที่ต่างออกไป
ผมไม่ได้หมายความว่า ทุกอย่างอยู่ที่ใจ หรือเราจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ด้วยตัวเอง แต่ผมเชื่อว่า แม้ในสถานการณ์ที่เราเปลี่ยนแปลงอะไรได้ไม่มากนัก เรายังอาจมีบางอย่างที่เลือกทำได้อยู่เสมอ
เราอาจย้อนกลับไปเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะทำอะไรกับชีวิตนับจากนี้
บางทีการเปลี่ยนแปลงชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการตัดสินใจครั้งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องลาออก ย้ายบ้าน เลิกคบใคร หรือทิ้งทุกสิ่งที่เคยมี
อาจเริ่มจากการเปลี่ยนความคิดบางอย่าง ปรับนิสัยบางเรื่อง พูดกับใครสักคนให้ดีขึ้น หรือทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกนิด หรือบางที ก็แค่เริ่มจากการไม่ทำอะไรตามความเคยชินของตัวเองก็ได้
เพราะสุดท้ายแล้ว ชีวิตที่ดีขึ้นอาจไม่ได้เกิดจากการที่เราได้เดินไปอยู่ในที่ที่ดีกว่าเสมอไป แต่อาจเกิดจากการที่เราได้เรียนรู้จะทำให้ที่ที่เราอยู่ กลายเป็นที่ที่ดีขึ้น
แค่เริ่มทำวันนี้ให้อิ่มเอมใจมากกว่าเมื่อวานนิดเดียวก็พอ
“...แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมา แล้วโน้มตัวไปยังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า...”
— ฟีลิปปี 3:13







