Showing posts with label Lord of the ring. Show all posts
Showing posts with label Lord of the ring. Show all posts

Jan 8, 2010

สงครามของมนุษย์?

หากถามว่าสงคราม “บน” โลกเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
ผมคิดว่า คำอธิบายในพระคริสต์ธรรมคัมภีร์น่าจะเป็นคำตอบที่ฟังดูเรียบง่ายและเป็นจริงมากที่สุด

"อะไรเป็นสาเหตุของสงคราม และอะไรเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทกันในพวกท่าน มิใช่กิเลสตัณหาของท่านหรือที่ทำให้ท่านต่อสู้กัน ท่านทั้งหลายอยากได้ แต่ไม่ได้ ท่านก็ฆ่ากัน ท่านโลภแต่ไม่ได้ ท่านก็ทะเลาะและทำสงครามกัน..." ยากอบ 4:1-2

เป็นสงครามระหว่าง คนไม่มี(ที่จะเอา) กับ คนมี(ที่ไม่ให้)

นอกจากนี้แล้วผมคิดว่า สงคราม “ใน” โลกนี้ อาจจะยังมีอีก 1 สงคราม ระหว่าง 2 กลุ่ม ที่ต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน... สงครามระหว่างความดีงามกับความชั่วร้าย
.
.
.

เมื่อวานนี้ไปดูหนังเรื่อง Avatar มา อาจจะด้วยเพราะสิ่งที่กำลังสนใจอยู่ในขณะนี้ จึงได้อรรถรสในการชมที่แตกต่างไปอีกแบบ ซึ่งอาจจะเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้นหรืออาจจะเป็น เนื้อหาจริงๆ ที่ซ่อนไว้ก็ได้

ชาวพื้นเมือง มีลักษณะเป็นคนยักษ์ เป็นชาวเนวี (หรือที่พระคัมภีร์ไทยเรียกว่า ชาวเนฟิล นั่นแหล่ะครับ)
ชาวเนวีรู้จักภูมิปัญญาที่ทรงพลัง รู้จักการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างสิ่งมีชีวิต ขณะที่มนุษย์ต้องเสียเงินลงทุนวิจัยทางด้านเทคโนโลยีนับพันล้านเหรียญ
เนวีรู้จักการอยู่ร่วมกับธรรมชาติรอบตัว พวกเขามีภาษาของเขาเอง โดยมีพระแม่บริสุทธิ์ที่ชื่อว่า เอวา เป็นดั่งเทพเจ้า (พระแม่นี้ ตามความเป็นจริง ควรจะชื่อ “มาเรีย” แต่หนังเขาคงบิดเบือนนิดหน่อยเพื่อความสนุกครับ) ถ้าดูจากหนังแล้ว วิทยาการของเนวีถือว่าเหนือชั้นมาก แต่อาจจะอยู่ในรูปแบบของธรรมชาติซึ่งมนุษย์มองอย่างคุ้นเคยว่าเป็นสิ่งล้าสมัย เช่น รูปแบบของต้นไม้

มนุษย์ คือ ฝ่ายที่รุกราน สนใจแต่สิ่งที่ตัวเองอุปโลกน์ขึ้นมาว่ามีคุณค่ามีราคา จนใจบอดตาปิดมองไม่เห็นสิ่งที่มีคุณค่าแท้จริง
หนังสะท้อนให้เห็นว่า มนุษย์ผู้ที่พระเจ้าทรงสร้างไว้นั้น ได้ทำลายดาวโลกไปแล้ว อีกทั้งมีจิตใจโหดร้าย คับแคบ โง่ ทะนงตน พยายามใช้กำลังเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ ที่สำคัญ มนุษย์พวกนี้ได้ทำลาย “ความกรุณา” ไปหมดสิ้นแล้ว

ชาวเนฟิล เอ้ย ชาวเนวีหลายเผ่าพันธุ์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน ได้รวมตัวกันภายใต้ผู้นำที่สามารถควบคุมพลังอำนาจอันทรงพลังเพื่อต่อสู้กับมนุษย์ แม้ว่ามนุษย์อาจจะมีขีดความสามารถท้าทายพรมแดนของพระผู้เป็นเจ้าได้แล้ว แต่สุดท้าย สงครามก็จบลงที่ชัยชนะของคนยักษ์ ด้วยความช่วยเหลือของพระแม่และมนุษย์บางคนที่แทรกซึมอยู่และเป็นพวกของชาวเนวี

หลังความปราชัยมนุษย์ถูกส่งตัวกลับสู่โลกที่เสื่อมโทรมทั้งที่พระเจ้าได้ทรงสร้างไว้อย่างดีตั้งแต่แรก ส่วนชาวเนวีก็อาศัยอยู่อย่างมีความสุขที่ดาวดวงใหม่ มนุษย์คนไหนที่ได้รับเลือกก็ทำการโอนถ่ายข้อมูลเข้าสู่กายใหม่ซะ ก็จะสามารถอยู่ร่วมกับเนวีได้บนดาวของเขาซึ่งไม่เหมือนกับโลกที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้
.
.
.

หลังดูหนังเรื่องนี้จบผมนึกถึงหนังอีก 2-3 เรื่องที่เคยดู ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสงครามของ 2 ฝ่ายเหมือนกัน

เรื่องแรก คือ Lord of the ring เรื่องราวการต่อสู้ของเผ่าพันธุ์ที่เล็กน้อยและอ่อนแอ กับดวงตารู้แจ้งที่ทรงอำนาจ ด้วยมิตรภาพ การเสียสละ การร่วมมือกันของมนุษย์และการช่วยเหลือของกองทัพฝ่ายผู้ทรงคุณธรรม ในที่สุดพวกเราก็สามารถมีชัยชนะเหนือ จอมมารผู้ชั่วร้ายและกองทัพของมันได้

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ Matrix มนุษย์ทุกคนล้วนอยู่ในโลกที่ถูกหลองลวงและไม่จริง โดยที่เราไม่มีทางรู้เลยว่ามันไม่จริง เว้นแต่เราจะกล้าสงสัย กล้าค้นหา และเลือกที่จะตื่นขึ้นมา เรื่องนี้จะออกเป็นแนวๆ สงครามปลดแอกซักหน่อย ระหว่างฝ่ายที่ต้องการจัดระเบียบให้มนุษย์โลก กับมนุษย์ผู้ที่พระเจ้าสร้างเขามาให้มีเสรีภาพ มีเจตนา มีความกล้าหาญและความเชื่อในการดำรงชีวิต

เรื่องสุดท้าย คือ Transformer สงครามระหว่าง ผู้พิทักษ์ และ ผู้ทำลาย (จริงๆ ตามชื่อ น่าจะเรียกว่า ผู้หลอกลวงดีกว่านะ) ภาคแรกเป็นเรื่องของการแย่งชิงพลังอำนาจที่สามารถใช้สร้างโลกนี้ได้ ซึ่งฝ่ายผู้หลอกลวงต้องการพลังนี้ พวกมันได้ปะปนเข้ามาอยู่กับมนุษย์ในรูปแบบต่างๆโดยที่เราไม่รู้ตัวจนกว่าพวกมันจะแสดงตัวออกมา แต่สุดท้าย ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งยึดมั่นในคุณธรรมของมนุษย์ผู้ถือครองอำนาจนั้น ฝ่ายผู้หลอกลวงก็ถูกทำลายด้วยพลังที่ตัวเองต้องการ แล้วถูกนำไปทิ้งลงในทะเลลึก

ส่วนภาค 2 การแก้แค้นของผู้ล่วงหล่น ก็แสดงให้เห็นถึงว่าแต่เดิมทั้ง ผู้พิทักษ์และผู้ทำลายต่างก็เคยเป็นพวกเดียวกัน พวกผู้ล่วงหล่นได้สอนวิทยาการต่างๆให้แก่มนุษย์ มนุษย์ที่ได้เรียนความรู้เหล่านี้ จึงมีความสามารถเชี่ยวชาญหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องการก่อสร้าง ปีระมิดก็เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างของพวกนี้ (ยิ่งสิ่งก่อสร้างสูงมากเท่าไหร่ ก็ต้องใช้ความสามารถมากเท่านั้น ซึ่งมนุษย์พวกนี้อาจจะเป็นพวกเดียวเท่านั้นที่สามารถสร้างหอสูงเทียมฟ้าถึงสวรรค์ได้) ตัวหัวโจกฝ่ายชั่วร้ายที่ถูกทิ้งลงทะเลเมื่อภาคที่แล้วก็กลับขึ้นมาสู้ใหม่ได้อีกครั้ง ส่วนผู้เดียวที่สามารถทำลายผู้ล่วงหล่นซึ่งเป็นต้นตอของความชั่วร้ายทั้งมวลได้ ก็ถูกฆ่าตาย แต่ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาของมนุษย์ ผู้นั้นก็ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา และแน่นอน ธรรมมะย่อมชนะอธรรมในที่สุด 555

จะว่าไป ดูเหมือนสงครามเหล่านี้ เป็นสงครามที่มีมนุษย์อยู่ตรงกลาง เป็นผู้ได้รับผลกระทบและต้องเลือกเข้าข้างใดข้างหนึ่ง บ่อยครั้งที่ความไม่รู้ของเรา (แต่เราคิดว่าเรารู้) หรืออาจจะเป็นเหตุผลของเราก็ได้ ที่หลอกลวงตัวเราเองให้มองไม่เห็นความจริงแท้ว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู เห็นมีรูปร่างต่างจากเราก็อัดไว้ก่อน เห็นหน้าตาคุ้นๆก็เชื่อไว้ก่อน เห็นว่าธุระไม่ใช่ก็ไม่อยากยุ่ง เห็นว่าตัวเองได้ประโยชน์ก็จะเอาด้วย ผมหวังว่าเราจะไม่ถูกหลอกด้วย “ความฉลาด” ของเราเอง

เพราะวันหนึ่ง การต่อสู้ของ 2 เผ่าพันธุ์ที่แสนยาวนานนี้จะจบลงแน่ ฝ่ายหนึ่งจะชนะอย่างหมดจด และอีกฝ่ายหนึ่งจะพ่ายแพ้อย่างถาวรนิรันดร

นี่อาจจะเป็นเพียงนิทานที่ผมจินตนาการขึ้นมาเท่านั้น แต่อย่าลืมว่า ด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นเรื่องเล่า และจากเรื่องเล่าก็อาจกลายเป็นเพียงนิทานปรัมปราเท่านั้น

ว่าแต่ว่า หนังเรื่องแรกซึ่งเข้าฉายล่าสุด บอกเป็นนัยว่ามนุษย์จะแพ้ให้แก่คนยักษ์ แต่อีก 3 เรื่อง ซึ่งฉายนานแล้ว บอกว่า มนุษย์จะชนะได้
อืม... หรือว่าในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด ก็กำลังมีสงครามอยู่เหมือนกันนะ