Showing posts with label dream. Show all posts
Showing posts with label dream. Show all posts

Apr 1, 2016

วันนี้ใครโกหกสำเร็จแล้วบ้าง

เมื่อเช้าน้องในทีมเดินมาบอกหน้าเศร้าๆ ว่า 
"พี่ ผมจะลาออกสิ้นเดือนนี้นะ ผมได้งานที่ใหม่แล้ว”
ช้อกสิครับ
กำลังอึ้งๆ อยู่ อีน้องก็หัวเราะร่า “ April fool day ครับพี่”
ฮึ่มมม มันน่านัก

ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมไปซะแล้ว
ทุกวันที่ 1 เมษา เราต้องหาเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวมาหลอกคนรอบข้าง
สร้างความสนุกสนาน ตลกขบขัน แม้บางเรื่องจะขำไม่ออกก็เหอะ
ผมยังคิดว่า น่าจะมีคนนั่งคิดมุกและเตรียมการเพื่อวันนี้หลายคนอยู่นะ

ผมมีเพื่อนคนนึงที่ขอคบแฟนสาวในวันนี้
โดยให้เหตุผลว่า ถ้าไม่เวิร์ค ก็เอพริลฟูลแก้เขินไป
ถ้าเวิร์คก็เดินหน้าต่อ...

ผมคิดว่า ปกติคนเรา ไม่มีใครอยากผิดหวัง หรือชอบความล้มเหลว
เราทุกคนต่างต้องการความสำเร็จ เพราะมันเป็น need ลึกๆ ในใจของเรา
มันเป็นความรู้สึก...
ความรู้สึก ฉ่ำ หัวใจ
> > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > >

ถ้านึกย้อนไปครั้งเราเป็นเด็ก เราทุกคนต่างก็มีความฝันกันทั้งนั้นแหล่ะ จริงมั้ย
เราอยากเป็นอย่างนั้น อยากทำอย่างนี้ อยากลองนั่น อยากดูนี่
แล้วเราก็จะเริ่มเจอกำแพงและการชักนำให้เฉไฉ ด้วยสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา
เช่น ทำนี่ไม่ได้นะ ไม่มีใครทำกันนะ ทำไม่ได้หรอก
ถูกดุว่า แค่นี้ก็ทำไม่ได้
หรือแม้แต่คำถามพื้นๆ ที่เฉไฉเราออกจากเป้าหมายที่ตื่นเต้นให้มากังวลที่วิธีการ
อย่างเช่น โตขึ้นอยากทำอะไร

เราถูกหล่อหลอมให้กลัวจินตนาการของเราเอง โดยที่เราไม่รู้ตัว
พวกเราหลายคนก็เลยเติบโตขึ้นมาพร้อมกับโปรแกรมการปกป้องตัวเอง
ไม่ต้องแปลกใจที่เราจะรู้สึกไม่กล้าล้มเหลว กลัวการผิดหวัง เช่นเพื่อนผมคนนั้น
> > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > 

เคยถามตัวเองบ้างไหม คำถามง่ายๆ ที่ตอบแค่ใช่หรือไม่ใช่

ชีวิตตอนนี้ เป็นชีวิตที่เราต้องการ หรืออยู่บนเส้นทางที่เราต้องการใช่ไหม
เรากำลังทำงานที่เราสนุกไปกับมันอยู่ใช่ไหม
เป็นงานที่สร้างคุณค่าจนทำให้เราอิ่มใจใช่ไหม
...หรือแค่เพื่อให้มีเงินเท่านั้น

เราได้อยู่กับคนที่เรารัก ได้ใช้เวลากับเขาอย่างที่เขาต้องการใช่ไหม
...หรือเราจำเป็นต้องขอให้เขาเข้าใจ

เราได้นอนเต็มอิ่มทุกคืน กินข้าวเช้าทุกวัน ได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอใช่ไหม
...หรือเพียงแต่ใช้เครื่องสำอางปกปิดริ้วรอย กินหมูปิ้งข้าวเหนียวรองท้องให้พอหายหิวแค่นั้น

เราจำความฝันวัยเด็กเราได้ไหม
ความฝันที่ทำให้หัวใจเราเต้นรัว สูบฉีดเลือดให้ตื่นตัวไปทั่วร่าง
เราลืมมันมานานเท่าไหร่แล้ว

ผมรู้ว่าเราทุกคนต่างมีเหตุผลที่จะปฏิเสธการตอบคำถามข้างต้น
คำถามง่ายๆ ที่ทำให้เราไม่สบายใจ
ผมเองก็เคยหลีกเลี่ยงที่จะตอบตัวเอง จนวันที่ต้องไปนอนในอุโมงค์ให้หมอทำ MRI

คำตอบมันไม่มีผิดหรือถูก
เพราะไม่ว่าเราจะตอบอย่างไร เราก็ตอบถูกเสมอ

ขอแค่ระวังกันนิดนึงละกัน
เพราะถ้าเราตอกย้ำตัวเองด้วยความคิดอะไรบ่อยๆ สม่ำเสมอและนานพอ
เราจะยอมรับความคิดเรื่องนั้น จนกลายเป็น เรื่องจริง สำหรับเรา

หลอกใครก็หลอกได้ แต่ต้องระวังที่จะหลอกตัวเอง
ไม่มีใครชอบความล้มเหลว แต่เราควรจะกล้าล้มเหลว...
หรือจะหัดล้มดูบ้างก็ได้นะ

ความฝันไม่เคยทำให้ใครตาย
แต่คนไม่มีฝัน คือ คนตายที่รอเวลาเอาไปฝัง 


> > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > > >
ถ้าเราไปหลอกใครวันนี้ เวลาเฉลย ก็แค่บอกเขาว่า April fool นะ
คนนั้นก็จะรู้ความจริง

แต่สำหรับชีวิตจริง เราไม่จำเป็นต้องบอกใคร แค่ยอมรับเสียงของหัวใจตัวเอง
นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะทำให้เราโกหกตัวเองไม่สำเร็จแล้วล่ะ


"ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณทำได้หรือไม่ คุณก็คิดถูกเสมอ" / เฮนรี่ ฟอร์ด

Aug 9, 2009

กว่างตัวหนึ่ง

เมื่อคืนวาน หลังจากถกอภิปรัชญากันอย่างยาวนานร่วม 4 ชั่วโมง
ระหว่างเดินกลับบ้านในซอยเปลี่ยวๆ ตอนตี 2

พลันหมา 4-5 ตัวแถวนั้น ก็ลุกขึ้นเห่าหอนกันเสียงระงม !!!
ล้อเล่น... (ไม่ได้จะมาเล่าเรื่องหลอน)

จริงๆ แล้วผมเห็นกว่างตัวหนึ่งนอนแอ่งแม้งอยู่ริมทาง ขาทั้ง 6 ของมันตะกายชี้ฟ้าอย่างช้าๆ คล้ายๆ จะหมดแรง
สงสัยว่ามันคงจะตะกายมานาน
ด้วยความสงสาร ก็เลยเอาเท้าเขี่ยๆ นึกว่ามันจะพลิกตัวได้ ท่าทางมันจะอุ้ยอ้ายกว่าที่ผมคิดไว้ ก็เลยก้มลงหยิบตัวมันคว่ำลง
มันอยู่กับที่นิ่งๆซักพักนึง สงสัยว่าคงจะกำลังมึนอยู่ ไม่รู้มันจะเป็นเหมือนคนหรือเปล่าเนาะ

เห็นมันอยู่นิ่งๆ ผมก็กลัวรถจะวิ่งมาเหยียบมัน ก็เลยยืนดูอยู่ซักพัก หันซ้ายหันขวา กำลังคิดอยู่ว่าจะหยิบมันไปวางตรงไหนดี
ทันใดนั้น มันก็ขยับปีกแข็งของมันขึ้น แป้บเดียวที่ผมเห็นปีกมันขยับ มันก็ทะยานตัวขึ้นไปตามแสงของหลอดไฟข้างทางอย่างรวดเร็ว ไปโดยไม่ลา ไม่มีแม้คำขอบคุณซักคำ... ^^

ผมเดินกลับบ้านต่อ หางตาผมเห็นแค่เงาของกว่างตัวนั้นกำลังบินไปที่ไหนซักแห่ง... อาจจะเป็นบ้านของมัน

.......

คนเราคงมีกันบ้าง บางช่วงบางจังหวะของชีวิตที่ทำผิดพลาด พลาดชนิดไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวของเราเอง แม้เราจะพยายามแล้ว บางทีอาจจะพยายามมาทั้งชีวิต แต่ความผิดพลาดนั้นก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ขณะที่เรี่ยวแรงของเรากลับหมดลงทุกทีๆ

บางคนคงรีบเกินกว่าจะมองเห็นคนอย่างเรา บางคนอาจจะไม่เคยก้มลงมาต่ำพอจะมองเห็นได้ บางคนอาจจะสะกิดให้เราสู้หรือหนุนใจให้เราลุกขึ้น เพราะเชื่อในศักยภาพของเรา แต่การที่ยังเห็นเรานอนแอ้งแม้งอยู่ บางคนคงไม่พอใจ อีกทั้งอาจมองว่าเราใจไม่สู้เอาเสียเลย

ผมเชื่อว่า คนเราทุกคนมีความฝันที่ตั้งใจจะทำกันทั้งนั้น สิ่งที่คนเรา้ต้องการคือ ใครสักคนที่จะสนับสนุนเขา ช่วยจนเขากลับตัวมาตั้งต้นเองได้ กลับมาอยู่ในท่าปกติ ที่ตัวเขาเป็น

ถึงเวลานั้น เพียงไม่กี่อึดใจ ไม่นานเกินรอ เขาจะบินทะยานขึ้นไปตามฝันของเขาเหมือนเจ้ากว่างตัวนั้น

บางครั้งเราก็อยู่ในสถานะ ที่สามารถช่วยคนอื่นได้ เหมือนผมช่วยกว่างตัวนั้น
บางครั้งเราก็เป็นเหมือนกว่างตัวนั้น ที่นอนอย่างหมดแรง หมดหนทางจะพลิกกลับมาได้ด้วยกำลังของตัวเอง
แต่ถึงจะยังไม่มีใครมาช่วยก็อย่าเพิ่งรีบหมดหวัง อย่าถอดใจยอมแพ้นอนตายอยู่ข้างทาง
จงมีความเชื่อ จงมีความหวังอยู่้เสมอจวบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
มีการช่วยกู้ให้กับผู้ที่ร้องขอเสมอ

สู้ต่อไป กว่างน้อย !!!

Jul 31, 2009

ลิง 4 ตัวในห้องๆหนึ่ง...

ได้อ่านบทความสรุปหนังสือ Competing for the Future ของ Gary Hamel และ C.K.Prahalad ตีพิมพ์โดย Harvard business School

อ่านบทความไปถึงหน้า 7 มีเรื่องของลิง ที่เป็นการทดลองจริงของผู้เขียน อ่านแล้วขำดี เอามาเล่าให้ฟัง...

เขาเอาลิง 4 ตัว มาไว้รวมกันในห้อง ในห้องมีเสาสูงต้นหนึ่งแขวนกล้วยเอาไว้
ลิงตัวหนึ่งปีนขึ้นเสาไป ก่อนที่จะได้คว้ากล้วย ก็โดนรดด้วยน้ำเย็นจากฝักบัว ลิงตัวนั้นก็วิ่งร้องเสียงหลงลงไป หลังจากนั้นอีก 3 ตัวที่เหลือ ก็พยายามปีนขึ้นไปเอากล้วย แต่ก็โดนน้ำเย็นรดจากฝักบัวเหมือนๆกัน สุดท้าย มันทุกตัวก็ยอมแพ้ และเลิกล้มความคิดที่จะกินกล้วยหวีนั้น

เขาเอาลิงออกไปตัวหนึ่ง แล้วเอาตัวใหม่เข้ามา...

พอมันเห็นกล้วยมันก็วิ่งไปที่เสา เริ่มต้นจะปีนขึ้นไปเอากล้วยที่แขวนอยู่ เจ้าลิงสามตัวที่เหลืออยู่ ก็ไปฉุดกระชากเพื่อนหน้าใหม่ลงมาไม่ยอมให้ปีนขึ้นไป ทำอยู่ซักพัก ลิงหน้าใหม่เริ่มเข้าใจว่ามีบางอย่างผิดปกติแน่ บางอย่างที่ไม่ดีจะเกิดขึ้นถ้าไปยุ่งเกี่ยวกับกล้วยหวีนั้น

แล้วเขาก็เปลี่ยนลิงเข้าไปอีกตัวหนึ่ง แล้วก็เกิดเหตุการณ์ในทำนองเดียวกัน... จนกระทั่งเปลี่ยนลิงครบ 4 ตัว

สุดท้าย ลิงทั้ง 4 ตัว ในห้องนั้น ต่างไม่เคยโดนน้ำเย็นจากฝักบัวรด จากการพยายามปีนเสาขึ้นไปเอากล้วยที่แขวนอยู่ แต่ลิงทั้ง 4 ตัว ต่างรู้ว่า อย่าปีนเสาต้นนั้น ทั้งที่ไม่มีพวกมันตัวไหนซักตัว จะรู้อย่างแน่ชัดว่าเพราะอะไร และแม้แต่ฝักบัวนั้น จะถูกเอาออกไปแล้วก็ตาม
..........

เคยคิดไหมว่า ทั้งๆที่เราเป็นคน แต่บางครั้งเราก็ทำตัวเหมือนลิง ในขณะที่ตัวเราเองหรือใครบางคน กำลังพยายามปีนไปให้ถึงฝัน ใครคนอื่นหรือตัวเราเองกลับไปดึงเขากลับลงมา เพียงเพราะต้องการช่วย เพียงเพราะความหวังดี เพียงเพราะเชื่อว่า การปีนขึ้นไป จะนำเรื่องไม่ดีมาถึงตัว

บ่อยๆ ครั้งที่อันตรายเหล่านั้น มันแค่ "เคย" มีจริง

คนเราถ้าเชื่อเสียแล้วว่าทำไม่ได้ ก็คงไม่มีอะไรที่เราจะทำได้
..........

ผมจินตนาการเรื่องต่อ...
หากการทดลองนี้ ทำหลายสิบห้อง แต่มีห้องหนึ่งที่เขาลืมให้อาหาร ลิงถูกทิ้งไว้ในห้อง จนในที่สุด ความหิว มีชัยชนะเหนือความกลัว ตัวหนึ่งในนั้น ตัดสินใจวิ่งปีนขึ้นเสาคว้ากล้วยมาได้ โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกมันแบ่งกันกินอย่างอร่้อย และรู้ว่า เสาต้นนั้นไม่ได้อันตรายอีกต่อไป

เมื่อเขาเอาลิงทั้งฝูง ทุกห้อง มาปล่อยรวมกันในห้องเดียว......


กำลังใจ คงเป็นเรื่องสำคัญที่ลิง 4 ตัวนี้ ต้องมีให้กัน เพื่อร่วมกันยืนหยัดปีนขึ้นไปให้ถึงฝัน...

วันใดที่ลิง 4 ตัวนี้ร่วมกันคว้ากล้วยมากินได้ ไม่ใช่แค่พวกมันจะได้กินกล้วยเท่านั้น
แต่ลิงทั้งฝูงก็จะรู้ในทันทีว่า "เสาต้นนั้น ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มันสามารถปีนได้"


ปล. คิดแล้วก็อยากรู้เหมือนกันว่า ลิงมันจะมี learning curve ไหม?
จนสามารถเอาเรื่องที่เรียนรู้จากประสบการณ์นี้ ไปประยุกต์ใช้กับเรื่องอื่นๆในชีวิตได้ด้วย
ไม่ใช่ลิงซะด้วยสิเรา ^^

Jun 19, 2009

พรสวรรค์...เหรอ?

ได้ยินชื่อของ SUSAN BOYLE มาเดือนกว่าๆแล้วจากน้องคนหนึ่ง "เข้า ยูตูบ ไปดูให้ได้นะพี่ สุดยอด" น้องคนนั้นย้ำมาด้วยหน้าตาชวนสงสัยมากว่า เธอเป็นใคร แล้วทำไมต้องดู

วันนี้ โอกาสดี เข้าไปดูแล้วตะลึงตึงตัง ไม่ใช่ที่เรื่องเสียงของเธอเท่านั้นนะครับ แต่ความหมายของเพลง i dreamed a dream ที่เธอร้องกับความรู้สึกของเธอที่สื่อออกมา สำหรับผม นี่เป็นคำเตือนจากเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่ง ที่มีอายุ 47 ปี...

อย่าเป็นเหมือนอย่างฉัน ที่ปล่อยให้ชีวิตของฉันฆ่าความฝันของฉันเอง...
แม้วันนี้ ฉันจะมีชีวิตอยู่กับมันได้ แต่มันไม่ใช่ชีวิตที่ฉันต้องการเลย

ถึงอย่างไร วันนี้ฉันได้เริ่มทำความฝันของฉันให้เป็นจริงอีกครั้ง... นั่นคือสิ่งที่เธอบอก

ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชนะการประกวดครั้งนี้ แต่ผมก็เชื่อว่า เธอคงจะมุ่งมั่นเดินทางสู่อเมริกา สู่ก้าวต่อไปตามความฝันของเธอ
ซูซาน แพ้ในรอบชิงชนะเลิศ ให้กับ Diversity ทีมที่เต้นในลักษณะ Dance Act พวกเขามีอายุ 12-25 ปี เท่านั้น
การแสดงของพวกเขาทำให้ผมนั่งอยู่กับ ยูตูบ เพื่อดูรายการ Britain got Talent 2009 อีกหลายตัว

หลังจากดูคลิปการประกวดอีกหลายตัว ผมคิดว่า Diversity สมควรเป็นผู้ชนะเลิศจริงๆ
แม้งานนี้จะบอกว่า คนบริติชมีพรสวรรค์ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่ได้ชนะด้วยพรสววรค์

นอกจาก diversity ยังมี flawless ที่เป็น dance group เช่นกัน และเต้นได้สวยมาก
ผมคิดว่าในรอบแรก flawless เต้นได้ดีกว่า diversity ด้วยซ้ำ

ผมอาจจะคิดไปเองนะ แต่ผมคิดว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งช่วยให้ diversity ชนะในที่สุด คือ ความฉลาด และ ความหลากหลาย ของคนในทีม
พวกเขาใช้ความหลากหลายของเขาได้อย่างลงตัว สะท้อนถึงความฉลาดของคนออกแบบท่าเต้นประกอบเรื่อง

ทีม diversity ประกอบด้วยคนหลายช่วงวัย ตั้งแต่นักเรียนมัธยม จนถึงเด็กมหาวิทยาลัย
การแสดงทุกชุดของเขา มี concept พวกเขามีความสุข และสนุกที่ได้ทำในสิ่งที่พวกเขาฝัน
ไม่เพียงแต่ท่าเต้น แต่เรื่องราวและดนตรีประกอบ ทุกอย่างถูกคิด และมีการซ้อมมาอย่างดี

แม้แต่ในการแสดงหลังจากประกาศรางวัล ที่หัวหน้าทีมตื่นเต้นดีใจจนพูดผิดพูดถูก พวกเขายังเต้นไม่มีหลุดคิว
สะท้อนว่า พวกเขาซ้อมกันมาอย่างหนักจริงๆ

จนถึงบรรทัดนี้ ผมยังคงนั่งคิดอยู่ว่า พวกเขาชนะการแข่งขันครั้งนี้เพราะอะไร
คงไม่ใช่เรื่องพรสวรรค์ คงไม่ใช่แค่เรื่องการซ้อม หรือว่า ความฉลาดของพวกเขา หรือเป็นเพราะเขาร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว...

หรือเพราะประโยคหนึ่ง ที่พวกเขาชอบพูดและชอบใช้บ่อยๆ... "i have a dream"