Apr 11, 2008

น้ำพระทัยพระเจ้า

เมื่อเวลาที่คริสเตียนพูดถึงเรื่อง น้ำพระทัยพระเจ้า พระคัมภีร์ โรม12:1-2 คงต้องเป็น 1 ในประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างแน่นอน
มีการพูดถึงเรื่องนี้ ใน www.ngpgroup.com และผมก็โพสต์ตอบไว้ เขียนไว้ตั้งยาว ก็เลยเอามาลงที่นี่ไว้ด้วยดีกว่า

เชิญ ทรรศนา...

ในความเข้าใจของผม ผมมองว่า รม.12 พูดถึงเรื่อง ระดับ ของการดำเนินชีวิตเพื่อพระเจ้า (หนังสือโรม ครึ่ง แรก เป็นเรื่อง concept ครึ่งหลังเป็นเรื่อง implementation ) จุดของการเชื่อมโยงสิ่งที่รู้ กับสิ่งที่ทำ คือ การยอม (ถวายตัว)

ในความเข้าใจของผม ตามที่เคยศึกษามา (อ่านจากที่ คุณ Kevin ma ลงไว้ก็ได้นะครับ)

Good คือ สิ่งที่เราทำแล้วเกิดประโยชน์ กับเรา เกิดประโยชน์กับคนอื่น พูดง่ายๆ ว่าเรารักตัวเองเป็น รักคนอื่นเป็น ซึ่งการดำเนินชีวิต อย่างมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังในเรื่องต่างๆ หรือการทำสิ่งต่างๆ บนพื้นฐานว่าทำแล้วเกิดประโยชน์นี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ดี แม้คนไม่รู้จักพระเจ้าเขาก็ทำกัน (ดังนั้น เราผู้เชื่อ คงไม่ทำ ไม่ได้) แต่พระคัมภีร์ตรงนี้ พูดกับ ผู้เชื่อ ดังนั้น อาจแปลความได้ว่า ในเบื้องต้น เมื่อเราถวายตัวให้กับพระเจ้า สิ่งที่เราทำได้ไกลสุด จะเกิดจากพื้นฐานความคิดว่า สิ่งนั้นดีหรือไม่ เป็นประโยชน์หรือเปล่า

ในภาคปฏิบัติ ที่เห็นๆกันอยู่ คือ การดำเนินชีวิตด้วยความตั้งใจดี (ในเชิงการคิด อาจเรียกได้ว่า มีทัศนคติ/ท่าทีดี) เราจึงพบว่า บ่อยครั้ง ในระยะยาว ความตั้งใจดี เพียงอย่างเดียว มักทำให้เราเติบโตขึ้นได้จนถึงระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถถวายชีวิตให้พระเจ้าได้มากขึ้น ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ เต็มที่ เท่าที่เรามีศักยภาพไปถึงได้ ผมเรียกอาการนี้ว่า ชีวิตชนเพดานบิน

Acceptable คือ สิ่งที่เราทำด้วยความเข้าใจ ด้วยการยอมรับ ด้วยความเต็มใจรับผิดรับชอบจากผลที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการเลือกของเรา ซึ่งเราเชื่อว่า เราได้คิดไตร่ตรองดีแล้ว จากทุกหลักการของพระเจ้าอย่างสมดุลย์ (จะสังเกตได้ว่า มีการใช้ ความรู้ ความเข้าใจ ความคิด สูงกว่าระดับแรก) ผมจึงมองว่าเป็นการเพิ่มเติมเข้าไปจากระดับแรก เป็นการถวายตัว เป็นการยอม ที่ไม่ได้เกิดจากจิตสำนึก หรือความรู้สึกเท่านั้น แต่เกิดจากการคิดไตร่ตรองด้วย เป็นการถวายตัวด้วยความเข้าใจอย่างสมัครใจ
เป็นการกระทำที่เกิดจากพื้นฐานการรู้จักว่าพระเจ้าเป็นใคร เราเป็นใคร
มันจะมีเรื่องของการ เห็น (/ดีรับการสำแดง) อนาคต เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ( จำได้ไหม ตอนที่พระเจ้าบอกอับบราฮัมว่าจะเผาเมืองโสโดมฯ)

ในภาคปฏิบัติ พูดไม่ง่ายนัก (สำหรับคจ.ของเราในเวลานี้) เอาเป็นว่า ถ้าคุณอยู่ระดับนี้ ณ เวลานี้ คุณเหนื่อยแน่ แต่คุณสุขใจ และพระเจ้าจะช่วยคุณ ให้ได้รับกำลัง(ใจ) ด้วยวิธีการของพระองค์ คุณจะได้รับการอวยพรทั้งจากใจที่ให้พระเจ้า และจากผลของหลักการพระเจ้า

Perfect อันนี้ ขอออกตัวก่อนว่า ส่วนตัวคิดว่า ภาพรวมชีวิตยังมาไม่ถึงระดับนี้ แต่ก็เคยนั่งคุยกับกลุ่มหนึ่งที่ผมคิดว่าเขาไปถึงแล้วนะ ได้อ่านความคิดของเขาหลายคนที่คงได้เจอกันอีกครั้งบนสวรรค์ กับอีกส่วนหนึ่งก็เป็นความเข้าใจที่ได้รับมาจากพระเจ้านะครับ

Perfect คือสิ่งที่พระเจ้าชอบใจ ปรารถนาจะเห็นชีวิตของเราเป็นอย่างนี้ ตั้งแต่วันก่อร่างสร้างโลก ที่มีดำริ จะให้เรามีชิวิตเกิดมา มันไม่ใช่ว่า ทุกเรื่องในชีวิตของเรา พระเจ้าจะเปิดไฟเขียวให้ทั้งหมดทุกเรื่อง ทุกเวลา เหมือนกับเวลาเดินขึ้นเขา ไม่ใช่ทุกก้าวที่ก้าวไปข้างหน้า แต่ทุกก้าวทำให้เราไปถึงยอดเขาได้มากขึ้น
เหมือนกัน ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ในการควบคุมของพระเจ้า และพระเจ้าใช้เพื่อเตรียมชีวิตเรา เพื่อฝึกฝนชีวิตของเรา ให้ไปถึงจุดนั้น
การยอมรับรู้พระเจ้าในทุกทาง จะช่วยให้เรารู้ว่า พระเจ้าคิดกับเราอย่างไร แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เพราะพระองค์ประสงค์สิ่งใด เราถึงได้รับการสอนว่า เจออะไรให้ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณจากใจจริงๆ แล้วสันติสุขของพระเจ้าจะเข้ามาทั้งในความคิดและจิตใจของเรา
ในทางปฏิบัติ ผมคิดว่า ณ ระดับนี้ ชีวิตเราคงชัดเจนกับพระประสงค์ส่วนตัวในชีวิต หลักการชัด ประยุกต์เป็น ง่ายๆ ก็คือ คำว่า mature นั่นแหล่ะครับ

ผมเชื่อว่า ในชีวิตคริสเตียนของเราแต่ละคน คงมีบางช่วงเวลาสักครั้งหนึ่ง ที่รู้สึกได้ว่า พระเจ้ากำลังยิ้มให้เรา นั่นแหล่ะครับ พัฒนาจากตรงนั้น จากเรื่องหนึ่งในชีวิต ขยายไปสู่เรื่องอื่นๆ จนวันหนึ่งที่ทั้งชีวิต ทุกอิริยาบถ พระเจ้าทรงยิ้มให้เรา

No comments:

Post a Comment